{Diary} Mirotic Concert in BKK

posted on 30 Jun 2009 16:42 by hiromihero

 

 กลับมาแล้วววว ไปดูคอนวันที่ 28 ทรหดและมีความสุข ประทับใจและตื่นเต้น มีทุกอารมณ์เลยอ่ะ

ตอนอยู่ในคอน เราคิดว่าจะตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกซะอีก แต่จริงๆแล้ว มันตื่นเต้นแต่ตอนที่นั่งรอดงบังออกมา ตอนวีทีอาร์ฉาย เสียงกรี๊ดนี่ดังจนรู้สึกว่าหัวใจเราเต้นเลย สุดยอด แล้วดงบังก็โผล่ขึ้นมา (มองมิทันตอนขึ้น) ยืนคนละจุด เริ่มร้องเพลง Hey! (Don't Bring Me Down) มันสุดยอดมาก เคยดูแต่ในคลิป พอได้ดูจริงๆแล้วแบบ เฮ้ย มืออาชีพเรียกพ่อ ทุกคนเป๊ะมาก ทั้งเสียงร้องและท่าเต้น โดยเฉพาะโซโล่แจกะน้องมิน ทำเอาเบลอไปเลย เสียงสุดยอดร้องสดได้ดีมาก โซนที่เรานั่งอ่ะ โซน R 2500 ยุนกะมินมาบ่อยมาก ตามมาด้วยมิคกี้ แต่มีช๊อตนึงจะละลาย มิคเดินมาแถวหน้าโซน R แล้วเงยมองขึ้นมาตรง 2500 เรากะน้องๆ และพี่อีกคนที่นั่งใกล้กันรีบโบกมือทันทีโดยอัตโนมัติ

และแล้ว สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!!! (เวอร์) มิคอ่ะ มองมาทางเรา 4 คนแล้วโบกมือกลับ ตอนนั้นเหมือนเราไม่แน่ใจว่าใช่ไหม แต่สายตามิคอ่ะ ไม่ได้กวาดเลยไปเลย มิคหยุดมองชั่ววินาทีนึง (แต่ในความรู้สึกเหมือนนาน) และโบกมือกลับมาแล้วเดินจากไป เรากะเพื่อนแบบ โฮกกกกกกกกกกกกกกก มิคคคคค ทำแบบนี้มิไหวน๊า

ส่วนนุ้งแจ ก่อนเข้าคอนตั้งใจสุดๆว่าจะมองแจให้มากและนานที่สุด สุดท้ายมันผิดแผน เพราะแจไม่ค่อยเดินมาโซน R เลยเหอะ มาแค่สามเพลงสุดท้าย แต่แจน่ารักมาก ตัวจริงดูแมนกว่าในทีวีนะ แล้วเรายังพลาดช๊อตยุนแจเพราะเรามัวแต่มองน้องมินอ่ะ ช่วงนั้นน้องเค้าล้มหรือตะคริวกินนี่แหล่ะ แล้วน้องเดินกระเผลกเหมือนเจ็บขา ชางมินเดินมาหยุดที่โซน R อ่ะนะ แล้วนั่งลง ใจหายไปเลยอ่ะ แบบว่าน้องเป็นไรมากมั้ย แต่สุดท้ายดูเหมือนชางมินจะพยายามเล่นจนจบ และเพลงต่อไปก็ดูเหมือนดีขึ้นแล้ว ใจหายหมดเลยชางมินนนนนน

 แล้วเราก็ได้ดูเอสไลชัดๆของจุนซูดั้ว โหยยย จุนหุ่นดีนะ น่ารักดี แถมเสียงก็ดี ตอนเพลง Love in The Ice อ่ะ จุนซูร้องจนตัวสั่นเลยเหอะ แอบมีช๊อตโซลเมทด้วย เพลง Ha Ha Ha Song ปาร์คกอดคอแจแล้วแจเก๊าะซบตรงเอวปาร์ค อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก จะบ้า

Live ที่อยากดูที่สุด คือ Loce in the ice พอได้ดูสดๆแล้ว โหยยย เสียงแต่ละคนดีมากๆ สมแล้วที่เป็นเทพ

ในตอนคอนจบเป็นอะไรที่น่าประทับใจที่สุด เพราะโปรเจคที่แคสพากันวางไว้มันสำเร็จ เสียงเพลงที่แคสเปล่งออกมา Don't say Goodbye มันสุดยอดมากๆเลย เราคิดว่าดงบังต้องได้ยินแน่ๆ ถึงแม้จพร้องมั่วมั่ง ไม่ชัดมั่ง แต่มันก็น่าประทับใจมาก สตาร์ฟอ่ะ ออกมายืนดูด้วยนะ แต่เราไม่รู้ว่าหนุ่มๆออกมาดูมั้ย คงจะรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกไปกัน แต่มั่นใจว่าหนุ่มๆต้องได้ยินเสียงเพลงของพวกเราแน่ๆ

ตอนคอนเลิก เดินออกมาปรากฏว่า ฝนตก ลมแรงมาก แล้วรูปของจุนซูที่ติดอยู่อ่ะ มันโดนลมพัดแบบปลิวเลย แล้วแคสพากันไปช่วยจุนซูไว้จากลมพายุ 5555 ถ้าจุนซูเห็นคงจะฮา

สรุปคอนครั้งนี้ เราต้องใช้เวลาออกมา รีเพลความจำใหม่หมดเลย ว่าอยู่ในคอนเกิดอะไรขึ้นบ้าง มันเหมือนความฝันที่เกิดขึ้นแค่ไม่กี่ชั่วโมงอ่ะ ดูเบลอๆ บางช๊อตบางเพลงก็จำไม่ได้ซะอย่างงั้น พอกลับมาแล้วคิดถึงสุดๆ แอบเสียดายที่ไม่ได้มองแจเยอะๆ (เก๊าะแกมิมาให้มองเน่) คอนคราวหน้า จะไปอีกแน่ๆ อยากไปๆๆๆๆๆ อั๊ยยยยยยย

 

edit @ 30 Jun 2009 16:55:48 by *~hiromi_hero~*

edit @ 1 Jul 2009 13:56:56 by *~hiromi_hero~*

edit @ 1 Jul 2009 13:58:14 by *~hiromi_hero~*

{Fiction} Devil or Angel {Chap1}

posted on 20 May 2009 13:03 by hiromihero

สวัสดีค่า สาวกฟิคดงบังทุกคนเลยนะ ความจริงเรา เปิดบล๊อคมาไม่ค่อยได้ใช่ประโยชน์ คิดไปคิดมาลงฟิคเลยดีกว่าไหนๆก็เขียนฟิคอยู่แล้ว ถ้าใครเล่นบอร์ด TTF กับ Myfic ก็จะพอคุ้นชื่อ *~hiromi_hero~* นะคะ เพราะลงฟิคที่นั่นประจำ แล้วก็จะลงที่นี่ด้วย ฟิคเรื่องนี้ มีคิมฮีชอลกับแจจุงเชือดเฉือนกัน อิอิ แล้วก็ตั้งใจไว้ว่า หลังคอนเสริต Mirotic จะทำการรวมเล่มเรื่องนี้ด้วย ยังไงก็ลองอ่านและคอมเม้นกันดูนะคะ

 

Chapter 1

มหาวิทยาลัยคยองฮี คณะสื่อสารมวลชน

 สวัสดีนักศึกษาทุกคน วันนี้มีข่าวดีมาแจ้งให้ทุกคนทราบ เพื่อนของเรา 2 คนได้รับรางวัลชนะเลิศการวิจารณ์ข่าวของสำนักข่าว MBC งั้นขอเชิญ นักศึกษาทั้ง 2 ออกมายืนหน้าห้องด้วย

เสียงเฮแสดงความยินดีจากเพื่อนร่วมคณะดังขึ้นเมื่อ ชายหนุ่มร่างบางสองคนลุกขึ้นจากที่นั่งตัวเองแล้วเดินตรงดิ่งไปด้านหน้าอย่างภาคภูมิ ชายหนุ่มคนแรกหันมาโปรยยิ้มให้กับทุกคนอย่างสดใส                

ขอบคุณมากนะทุกคน ร่างบางจิกสายตาไปที่เพื่อนในห้อง ดวงตาดูมุ่งมั่นและเย่อหยิ่งในแบบของเขาทำให้เพื่อนหลายๆคนไม่ค่อยอยากจะเสวนาด้วยสักเท่าไหร่ ชายหนุ่มอีกคนที่ยืนข้างๆกันเขาดูต่างกับฮีชอลโดยสิ้นเชิง เขาเพียงยิ้มด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนแล้วสายตาที่ดูเป็นมิตร

ขอบคุณนะ…..ฉันดีใจมากเลย แจจุงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกับก้มหน้าลงอมยิ้มอย่างเขินอาย               

ดีใจด้วยนะ ฮีชอลและแจจุง อาจารย์แสดงความดีใจอีกครั้ว             

   ขอบคุณครับ

 ……………………………………….

นี่แจจุง นายเก่งจังเลย ทำได้ไงเนี้ยเริง

ไม่หรอกน่ะจุนซู ฉันยังต้องฝึกอีกเยอะเลย แจจุงพูดกับเพื่อนร่างบางอีกคนที่สนิทกับเขา ดวงตาเรียวรีของจุนซูหันมองไปที่ฮีชอลทันที

นายเนี้ยทำไมชอบถ่อมตัวจังเลย ไม่เหมือนคิมฮีชอล รายนั้นโม้ไปทั่วห้องก่อนอาจารย์จะมาบอกซะอีก

นายก็ไปว่าเขา พี่ฮีชอลเก่งมากๆ เขาเก่งกว่าฉันซะอีกนะ ร่างบางกล่าวชมพี่ชายต่างสายเลือดของตัวเอง ก่อนจะหยุดฟังเสียงโอ้อวดของฮีชอลที่ยังเม้าท์ไม่เลิก

ปีหน้าฉันจะสมัครเข้าเป็นนักข่าวของ MBC ให้ได้เลยคอยดู ฉันน่ะจะเป็นนักข่าวชื่อดังเหมือนคุณ คิมยองอา ให้ได้เลย ฮีชอลพูดอย่างมั่นใจ คิมยองอาคือนักข่าวสาวที่เป็นแรงบันดาลใจให้เขาอย่างมากมาย

นายทำได้แน่ฮีชอล เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ฮีชอลยิ้มรับ  

แน่น๊อน ไม่มีอะไรที่คนอย่างฮีชอลทำไม่ได้

ชริ ดูพูดเข้าสิ ไม่มีอะไรที่ฮีชอลทำไม่ได้ นี่แจจุง นายกับเขานิสัยต่างกันลิบลับเลย อยู่บ้านเดียวกันมาได้ยังไง จุนซูยังหมั่นไส้ไม่เลิก แจจุงเพียงยิ้มอ่อนๆแล้วตบบ่าจุนซูเบาๆ ก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินออกจากห้องไป ระหว่างทางเดินออกไปแจจุงสวนกับฮีชอลพอดี ร่างบางหันไปหาฮีชอลก่อนจะพูดออกมาเบาๆ

ดีใจด้วยนะฮะ กับความสำเร็จของพี่ น้ำเสียงเขาดูเปลี่ยนไปนิดหน่อย ฮีชอลยักคิ้วเล็กน้อย

 ดีใจกับนายด้วยคิมแจจุง คนสวยจิกตามองน้องชายต่างสายเลือดด้วยสายตาไม่เป็นมิตรเอาซะเลย  

Flash come

ฮีชอล ชางมิน ลงมาข้างล่างหน่อยสิลูก

ครับ มีอะไรฮะพ่อ เด็กชายสองคนวิ่งลงมาด้านล่าง คนหนึ่งเตี้ยกว่าอีกคนประมาณคืบเห็นจะได้ หากแต่เขาเป็นพี่ชายของคนตัวสูงกว่า ทั้งสองวิ่งลงมาและได้เจอกับเด็กผู้ชายอีกคนที่พ่อพามาด้วย ใครฮะ เด็กตัวสูงกว่าถาม

นี่ คิมแจจุง ลูกของเพื่อนสนิทพ่อ นับตั้งแต่วันนี้เขาจะมาอยู่ที่นี่กับเรานะ

ทำไมฮะ เด็กตัวเล็กกว่าถาม ก่อนจะมองแจจุงด้วยสายตาเอาเรื่อง

พ่อมีเหตุผลนะ แล้วจะเล่าให้ฟังทีหลัง แจจุง นี่ฮีชอล ส่วนคนนี้ชางมินลูกชายของลุงเอง เด็กตัวสูงที่ชื่อชางมินเดินมาจับมือแจจุงเบาๆ หวัดดี

แจจุงอายุเท่าไหร่

 15

อ๋อ พี่ฮีชอลจะ 16 แล้ว ก็อายุพอๆกันสินะ ส่วนฉัน 13 แล้ว

 เรียกพี่แจจุงสิ เขาอายุเยอะกว่าตั้ง 2 ปีพ่อของเขาบอก

หวัดดี ชางมิน ฮีชอล แจจุงทักแล้วยิ้มอ่อนๆดวงตาดูเศร้าอย่างเห็นได้ชัด ฮีชอลเพียงพยักหน้าเล็กน้อยแล้ววิ่งขึ้นด้านบนไปนี่ อย่าไปสนใจพี่ฮีชอลเลย เขาก็เป็นแบบนี้แหล่ะ พี่แจจุง...น่ารักจังเลยนะ หน้าตาเหมือนเด็กผู้หญิง

ฉันเป็นผู้ชายนะ

ผมรู้หรอกน่ะ ป่ะ ไปเล่นกันเหอะ ชางมินดึงแขนแจจุงวิ่งออกไปเล่นนอกบ้าน ผู้เป็นพ่อเดินขึ้นไปด้านบนและเข้าไปในห้องของลูกชายคนโต 

 ฮีชอล ทำไมวิ่งขึ้นมาแบบนี้ แจจุงเสียใจแย่เลย 

 ก็ชั่งเขาสิพ่อ แล้วจู่ๆพาเขามาอยู่ที่นี่ทำไม

 พ่อแม่ของแจจุงเขาเพิ่งเสียไป แจจุงไม่มีญาติที่ไหนเลย พ่ออยากให้ลูกกับชางมินดูแลแจจุงให้เหมือนกับเขาเป็นพี่น้องของเราได้ไหมฮีชอล แจจุงน่าสงสารมากนะ ฮีชอลเงียบไปแล้วทำเป็นก้มลงอ่านการ์ตูนอย่างไม่สนใจ ผู้เป็นพ่อถอนหายใจออกมาแล้วเดินออกจากห้องไปทันที     

เด็กชายตัวเล็กลุกขึ้นเกาะที่ขอบหน้าต่างมองดูแจจุงกับชางมินที่สวนหลังบ้าน ดูเหมือนแจจุงจะนั่งเฉยมองดูชางมินที่กำลังเต้นท่าประหลาดๆให้ดู แจจุงไม่ได้หัวเราะสักนิด เขาแค่เพียงยิ้มอ่อนๆ เป็นรอยยิ้มที่ดูหม่นหมองที่สุด

Flash come

เฮ่ นี่ คิมฮีชอล คิดอะไรอยู่ มือหนาโบกโหยงๆอยู่ต่อหน้าคนสวย ฮีชอลเงยหน้าขึ้นมอง

ยูชอน มาเมื่อไหร่เนี้ย

ให้ตายเถอะ มาตั้งนานแล้ว นี่จะเหม่อไปถึงไหนกัน  

 เปล่าสักหน่อย เหม่อที่ไหนกัน นี่ยูชอน

อะไรไปหาอะไรกินกันเหอะ หิวแล้ว อื้มไปสิ ยูชอนบอก ฮีชอลเกาะแขนของยูชอนไว้แล้วเดินออกไปด้วยกัน

ปาร์คยูชอน ลูกชายคนเดียวของประทานบริษัทเงินทุนหลักทรัพท์ มุนยัง เป็นที่หมายปองของสาวๆ แต่ไม่มีใครมาแรงเท่าชายหนุ่มหน้าสวยอย่างคิมฮีชอลได้เลย ฮีชอลเป็นคนเดียวที่ยูชอนเอาใจใส่ เขาสองคนคบกันอย่างเปิดเผยเป็นที่อิจฉาของสาวแท้ๆทั่วมหาวิทยาลัย

 ระเบียงทางเดินเชื่อมระหว่างตึกเรียนกับห้องสมุด ร่างบางอีกคนยืนมองคนทั้งสองที่ควงแขนออกไปด้วยกัน มือสองข้างที่กอดหนังสือดูเหมือนจะกระชับแน่นมากขึ้น หากแต่ใบหน้าสวยยังคงเรียบเฉยอย่างเคย พี่แจจุง มายืนทำอะไรตรงนี้

 ชางมิน เลิกเรียนแล้วเหรอ

เลิกแล้ว วันนี้ปี 2 ไม่ค่อยมีเรียนช่วงบ่ายหรอก แล้วนี่ ทำไมมายืนคนเดียวละ พี่ฮีชอลไปไหน

พี่ฮีชอลไปกับยูชอนน่ะ

อีกแล้วเหรอ พักนี้ตัวติดกันอย่างกับฝาแฝด  แกร๊ก! โอ๊ะ! แจจุงทำสีหน้าเจ็บปวดเมื่อปลายดินสอหักแทงลงที่นิ้วมือเขา เลือดซึมออกมาจากนิ้วชี้ อ๊ะ เจ็บมากไหมฮะ ชางมินดึงมือแจจุงมาดูก่อนจะก้มลงดูดเลือดที่มือของแจจุงอย่างใส่ใจ ลิ้นอุ่นสัมผัสเบาๆกับบาดแผลแล้วริมฝีปากนุ่มก็เม้มลงที่นิ้วของแจจุงอย่างช้าๆ  

ชะ ชางมิน อย่าทำแบบนี้สิ แจจุงชักมือออก  

ทำไมฮะ ก็นิ้วพี่เลือดออกอ่ะ

 มันสกปรกนะชางมิน ไปล้างปากไป

ไม่เป็นไรหรอก กับพี่แจจุงผมไม่ถือ ชางมินยิ้มอ่อนๆ แล้วจับมือแจจุงไว้

กลับบ้านกันเถอะ

อื้ม แจจุงเดินตามชางมินไปอย่างช้าๆ มือของเขายังคงอยู่ในอุ้งมืออบอุ่นของน้องชายต่างสายเลือด น้องชายที่ปฏิบัติต่อเขาไม่ค่อยเหมือนน้องชายสักเท่าไหร่ มันเริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่ก็ไม่รู้สินะ ที่ชางมินดูแลเขาดีเกินพี่ชายแบบนี้

…………………………………………………….

คิมแจจุงนั่งอ่านหนังสือที่จะสอบในอาทิตย์หน้า การสอบครั้งนี้เขาต้องทำให้ดีที่สุด ให้ดีกว่าพี่ชายต่างสายเลือดของเขาให้ได้ เสียงโทรทัศน์ในช่วงข่าวภาคค่ำดังขึ้น เป็นเสียงของคิมยองอา นักข่าวชื่อดังในตอนนี้ร่างบางหันใบหน้าสวยกลับไปมองทันที ดวงตาสดใสมีประกายแห่งความหวัง ทำไมฉันจะทำไม่ได้ ถ้าคิมฮีชอลทำได้ ฉันก็ต้องทำได้เหมือนกันสิ ริมฝีปากบางยิ้มเหยียดออกมา เป็นรอยยิ้มที่ไม่เคยมีใครเห็นนอกจากตัวเขาและ....คิมฮีชอล

 เสียงรถยนต์จอดที่หน้าบ้านและมีเสียงคุยกันของคนสองคนที่คุ้นหู แจจุงละสายตาจากโทรทัศน์แล้วเดินไปที่หน้าต่างมองลงดูที่หน้าบ้าน

พรุ่งนี้เจอกันนะ ฉันจะมารับ

ไม่ต้องหรอกยูชอน เกรงใจนาย

นี่ เราเป็นอะไรกันลืมแล้วเหรอ เกรงใจฉันทำไม พูดแบบนี้ฉันน้อยใจนะเนี้ย ริมฝีปากอวบของร่างสูงห่อเข้าอย่างน่ารัก ฮีชอลแตะลงเบาๆที่ริมฝีปากอวบแล้วหัวเราะออกมา

 ก็ได้ มารับก็มารับ แล้วเจอกันนะ

อื้ม นี่ อย่าลืม Goodnight kiss” ยูชอนชี้ใส่แก้มตัวเองแล้วเอนตัวเข้าใกล้ ร่างบางแก้มแดงระเรื่อก่อนจะค่อยๆจูบลงที่แก้มของเขา

ห้ามขออะไรอีกแล้วนะ ฮีชอลดักคอก่อนจะเดินหายเข้าไปในบ้าน ร่างสูงยังคงยืนมองคนรักจนประตูบ้านปิดลง  

กลับมาแล้วเหรอ

 แจจุง...ยังไม่นอนเหรอ ฮีชอลถามพลางถอดรองเท้าวางไว้ที่เดิม

อ่านหนังสืออยู่ ใกล้สอบแล้วต้องอ่านเยอะๆหน่อยเดี๋ยวคะแนนจะออกมาไม่ดี

 อ๋อ ก็ดีแล้วนี่ แล้วลงมาทำไม  ฮีชอลถามกลับแล้วเดินไปนั่งลงที่โซฟา เขาหยิบกองจดหมายออกมาแยกทีละฉบับ แจจุงยังคงยืนอยู่ด้านหลังของฮีชอล

ก็แค่จะลงมาบอก ว่าการสอบครั้งนี้ฉันจะไม่แพ้พี่แน่ๆ ฮีชอลยิ้มกับตัวเอง

 ก็โอเค ก็คอยดูแล้วกันว่าใครจะชนะ ร่างบางหันมองแจจุงด้วยสายตาเหยียดเล็กน้อย แจจุงเองก็ยิ้มเยาะฮีชอลเช่นกัน        อ้าว พี่สองคน ยังไม่นอนเหรอ คุยอะไรกันอยู่ฮะ

ชางมิน เรากำลังคุยเรื่องสอบน่ะ ลงมาทำอะไรเหรอ น้ำเสียงแจจุงเปลี่ยนไปทันที สีหน้าดุดันเมื่อครู่หายไป กลายเป็นแจจุงที่แสนดีขึ้นมาซะอย่างงั้น

 หึ...ให้มันได้แบบนี้สิฮีชอลสบถอย่างหมั่นไส้

อะไรอีกล่ะพี่ฮีชอล อารมณ์เสียจากไหนมา ชางมินถามเมื่อเห็นพี่ชายสีหน้าไม่สบอารมณ์ ร่างบางลุกขึ้นเดินเข้าหาแจจุง

 ก็พี่แจจุงแสนดีของนาย ทำฉันอารมณ์เสีย ฮีชอลมองแจจุงอย่างเอาเรื่อง

ไม่เอาน่ะพี่ฮีชอล พอเถอะ ชางมินดึงแจจุงที่ยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ให้มายืนหลังเขา

ดูแลกันให้ดีล่ะ รู้มะ ฮีชอลบอกชางมินแล้วเดินขึ้นห้องไปทันที

พี่ฮีชอลนี่ยังไง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย พี่แจจุง ไม่เป็นไรนะ ชางมินหันมาจับไหล่ร่างบาง แจจุงส่ายหน้าช้าๆ ไม่เป็นไรหรอกชางมิน

 ขอโทษแทนพี่ฮีชอลด้วยนะ

 ชั่งเถอะ ฉันคงพูดอะไรไม่เข้าหูพี่ฮีชอลละมั้ง นายขึ้นไปนอนเถอะฉันไม่เป็นไร

 อื้ม พี่เองก็รีบนอนได้แล้วนะ

อื้ม ชางมินวิ่งขึ้นด้านบนไป ใบหน้าสวยที่ดูน่าสงสารค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีหน้าเยาะเย้ยในทันทีราวกับว่าในตัวเขามีคนสองคนในร่างเดียว ทำเก่งไปเถอะน่ะคิมฮีชอล

...........................................................

เช้าวันใหม่ ยูชอนขับรถคันโตมารอฮีชอลอยู่ที่หน้าบ้าน ร่างบางยังคงแต่งตัวอยู่ด้านบนเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาต้องมารอฮีชอล ยูชอนยืนมองบรรยากาศรอบๆบ้านอย่างเพลินๆ แล้วประตูหน้าบ้านก็เปิดออก แจจุงเดินออกมาเจอเข้าพอดี

อ้าว ยูชอนแจจุง จะไปเรียนเหรอ

อื้ม แล้วนี่รอพี่ฮีชอลเหรอ

ใช่ ทำไมนานจัง

 พี่ฮีชอลก็แต่งตัวช้าแบบนี้แหล่ะ รออีกเดี๋ยวก็คงจะลงมา แจจุงยิ้มอ่อนๆ

 ไปด้วยกันสิ วันนี้เรียนเวลาเดียวกันนี่นา

โอ๊ย ไม่หรอก เดี๋ยวพี่ฮีชอลจะว่าเอา

ทำไม ทำไมเขาต้องว่าล่ะ

เอ่อ คือ..... ร่างบางมีสีหน้าหนักใจเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆหันหลังเดินออกไป

เดี๋ยวสิแจจุง มีอะไรกันเหรอ

ไม่มีหรอก ไม่มีอะไร ฉันต้องรีบไปแล้วล่ะ แจจุงโบกมือให้ยูชอน ขาบางรีบก้าวอย่างรวดเร็วจนยูชอนสงสัย

ยูชอน ฉันมาแล้ว เสียงห้วนๆของฮีชอลพูดขึ้นแจจุงรีบเดินหนีออกมาจากตรงนั้น

คุยอะไรกัน ฮีชอลทำหน้าไม่พอใจ

 ก็คุยเรื่อยเปื่อย นายกับแจจุงทะเลาะกันเหรอ

เขาเล่าเหรอ

เปล่า แต่ท่าทางเขามันบอก มีเรื่องอะไรกันเหรอ ยูชอนจับมือฮีชอล แต่ร่างบางกลับสะบัดมือออก ไม่มีอะไร ไปกันได้แล้วล่ะ ฮีชอลสะบัดหน้าเดินขึ้นรถไปทันที ยูชอนเกาหัวแบบงงๆ แล้วเดินตามขึ้นรถไปด้วย ในรถ ฮีชอลนั่งเงียบมาตลอดทางจนน่าอึดอัด ยูชอนจอดรถตรงไฟแดงพอดีแล้วหันไปหาร่างบาง มือหนายกขึ้นจับเบาๆที่มือบาง นี่ งอนอะไรฉันอีกล่ะ

 .......

ฮีชอลอ่า น้ำเสียงอ้อนนิดๆทำให้ร่างบางหันมาหาเขา

ฉันไม่ชอบให้นายคุยกับแจจุงเลย คราวหลังไม่ต้องคุยกับเขาอีกนะ

 ทำไมล่ะ นายจะให้ฉันทำเฉยเมยกับน้องนายโดยไม่มีเหตุผลเนี้ยนะ

ใครบอกไม่มีเหตุผล ฉันมีนะ นายห้ามคุยกับเขาอีกเข้าใจไหมยูชอน ร่างสูงส่ายหน้าช้าๆกับความไร้เหตุผลของฮีชอลก่อนจะออกรถขับออกไป คนสวยหันหน้าออกไปทางหน้าต่างดวงตาคู่สวยมีน้ำตารื้นขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อไม่ได้รับคำตอบจากร่างสูง

เพราะฉันกลัวจะเสียนายไปไงยูชอน ฉันถึงไม่อยากให้นายคุยกับแจจุง……  

.............................................................

ห้องเรียนคาบแรก     แจจุงนั่งคุยอยู่กับจุนซูตามปกติ แต่แล้วความสงบก็หมดลงเมื่อคิมฮีชอลที่กำลังร้อนเป็นไฟเดินเข้ามาหาแจจุง  ปัง! มือสองข้างตบลงที่โต๊ะ  ออกไปคุยกันข้างนอก

พี่ฮีชอล

ฉันบอกให้ออกไปคุยข้างนอก ฮีชอลตวาดใส่

 อะไรกันพี่ฮีชอล ค่อยๆพูดก็ได้นี่ฮะ จุนซูบอกและพยายามรั้งตัวแจจุงไว้

นายเงียบไปเลยจุนซู ส่วนนายออกมานี่ ฮีชอลจับข้อมือแจจุงบีบอย่างแรง

โอ๊ย ฉันเจ็บนะพี่ฮีชอล ปล่อย คนสวยแสดงสีหน้าเจ็บปวด ใบหน้าขาวแดงก่ำ ดวงตาสวยเป็นประกายหยาดน้ำตา แต่ถึงแจจุงจะน่าสงสารแค่ไหนมันก็ไม่มีประโยชน์เลยสำหรับคิมฮีชอล ร่างบางพยายามจะลากแจจุงออกมาให้ได้ จนเพื่อนๆในห้องเข้ามาจับฮีชอลไว้

ปล่อยนะฮีชอล แจจุงเจ็บแย่แล้วนะ นี่นายเป็นบ้าอะไรเนี้ย เสียงเพื่อนๆต่อว่าเขา

ตุบ! แจจุงถูกฮีชอลผลักลงที่พื้นจนก้นกระแทก ร่างบางร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร  

พี่ทำแบบนี้ทำไม ฉันทำอะไรผิด....ฮือๆ

 หึ ทำอะไรผิด ต้องให้ฉันบอกด้วยเหรอ โอเค ไม่คุยก็ได้ คืนนี้กลับบ้านไปเจอกันแน่แจจุง คนอย่างนายน่ะ ดีก็แต่เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นนั่นแหล่ะ ทำเป็นอ่อนแอไปเถอะ...พวกนายถูกมันหลอกแล้วรู้ไหม ฮีชอลตวาดใส่เพื่อนๆอย่างหัวเสียแล้วเดินออกไปข้างนอกทันที

แจจุง เจ็บมากไหม จุนซูนั่งลงกอดแจจุงไว้ ร่างบางซบลงที่อกจุนซูแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น 

 อย่าร้องนะแจจุง

คิมฮีชอลเป็นบ้าอะไร ฉันล่ะไม่ชอบเขาเลยสิน่ะ เพื่อนพากันแสดงความไม่พอใจออกมา

...........................................................

ฮีชอลเดินออกมาจากห้อง การกระทำรุนแรงของเขาวันนี้มันทำให้ภาพลักษณ์ของเขาในสายตาเพื่อนๆเลวร้ายลงไปอีกแล้ว และแจจุงก็กลายเป็นคนที่น่าสงสารสุดๆตามเคย ร่างบางนั่งลงที่ริมสระบัวหลังตึกของมหาวิทยาลัย ก่อนจะปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาอย่างเต็มที่  เจ็บใจที่สุดเวลาเห็นแจจุงแสร้งทำเป็นคนอ่อนแอต่อหน้าคนอื่น และยิ่งแจจุงทำแบบนั้นมันก็ยิ่งผลักให้ฮีชอลกลายเป็นคนอารมณ์ร้ายและไม่มีเหตุผลมากขึ้น แต่ใครจะรู้บ้างว่า จริงๆแล้วคนที่เลวร้ายในสายตาคนอื่นๆอย่างเขาอ่อนไหวมากแค่ไหน ในใจมันเจ็บทุกครั้งที่ถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยามจากคนรอบข้าง

To be Continue

 

edit @ 20 May 2009 13:27:40 by *~hiromi_hero~*

edit @ 20 May 2009 13:34:47 by *~hiromi_hero~*

edit @ 20 May 2009 13:38:35 by *~hiromi_hero~*

{Diary} HBD Kim Jaejoong 26/01/2009

posted on 29 Jan 2009 08:59 by hiromihero

 

................Happy Birth Day .......Jaejoong....

ปีนี้ก็ 23 แล้วนะ แจจุงโตเป็นหนุ่มแล้ว ปีนี้ก็ขอให้มีแต่เรื่องดีๆเข้ามาในชีวิตนะ มีคนรักเยอะๆ....เรื่องแฟนคลับที่หายไป อย่ากังวลเลยนะ เข้าใจว่าดงบังชิงกิต้องทำงานทั้งในญี่ปุ่นแล้วก็เกาหลี ทิ้งที่ไหนไปไม่ได้จริงๆ อีกอย่าง แยกร่างไม่ได้ด้วยเนอะ ถ้าคนที่รักดงบังจริงๆเขาคงไม่หนีไปเพราะเหตุผลแค่นี้หรอก  แจจุงต้องเข้มแข็ง แล้วก็สู้ๆต่อไปนะ Fighting !!!

ปีที่ 4 แล้ว ที่เราได้อวยพรวันเกิดแจจุง แต่ว่า คงจะมีคนเป็นล้านๆอวยพรแจจุงในวันเกิด คำอวยพรของเราก็เป็นแค่จุดเล็กๆจุดหนึ่งเท่านั้นเอง แต่ก็อยากจะอวยพรให้อ่ะนะ ยังไงก็ สุขภาพแข็งแรง น่ารักขึ้นทุกๆวัน อย่าดื่มมากเกินไป พักผ่อนให้เยอะๆหน่อย จะถึงคอนเสริตอยู่แล้วนะ เดือนหน้านี้เอง แถมยังมีคอนที่ญี่ปุ่นอีก เอาแรงที่ไหนมาเล่นเนี้ย......รักษาสุขภาพด้วยล่ะ.....เอาใจช่วย ทุกๆคอนเสริตเลยนะ ^-^

There's a hero
If you look inside your heart
You don't have to be afraid
Of what you are
There's an answer
If you reach into your soul
And the sorrow that you know
Will melt away


And then a hero comes along
With the strength to carry on
And you cast your fears aside
And you know you can survive
So when you feel like hope is gone
Look inside you and be strong
And you'll finally see the truth
That a hero lies in you

It's a long road
When you face your world alone
No one reaches out a hand
For you to hold
You can find love
If you search within yourself
And the emptiness you felt
Will disappear

Lord knows
Dreams are hard to follow
But don't let anyone
Tear them away
Hold on
There will be tomorrow
In time
You'll find the way

Happy Birth Day Kim Jaejoong.......My Love

edit @ 29 Jan 2009 09:18:40 by *~hiromi_hero~*

 ดูหน้าพวกนายสิ......อ่า หลายอารมณ์จังเลยนะ ถ้าให้เดา ยุนโฮกำลังโล่งอกและดีใจ
จุนซูกลั้นน้ำตาไว้พยายามไม่ร้องไห้ ยูชอนมาอารมณ์ใหม่ ปลอบน้องชายที่กำลังร้องไห้ แจจุง ตกใจที่เห็นชางมินร้องไห้ 555 ส่วนชางมิน....เอ่อ ทำเอาเค้าแปลกใจนะ ร้องไห้อย่างแรง.....

5 รางวัลที่ได้มา

1. Auction Best Style
2. Mobile Popularity
3. Auction Netizen Popularity
4. Overseas Viewers Award
5. Album Of The Year


กดดันน่าดูเลยนะ การที่เป็นนักร้องขึ้นมาถึงจุดสูงสุดแล้วจากเกาหลีไปเดบิวที่ญี่ปุ่นตั้งนาน กลัวว่าคาสสิโอเปียจะลืมใช่ไหม แต่รางวัลทั้ง 5 รางวัล ในงาน MKMF 2008 ในวันที่ 15น่ะ มันก็พิสูจน์แล้วว่า พวกนายยังเจ๋งอยู่ (ถึงแม้น่าจะได้มากกว่านี้ก็เถอะ) ก่อนหน้านี้ ก่อนอัลบัม 4 จะวาง มีข่าวลือออกมาว่า ถ้าอัลบัมนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ จะไม่มีดงบังชิงกิอีก เค้าคิดว่านั่นมันก็แค่ข่าวลือ แต่หลังจากที่เค้าได้ดูคลิปการรับรางวัล เห็นแจจุงถอนหายใจ เห็นยุนโฮทำสีหน้าโล่งใจ แล้วบอกว่า คุณพ่อซูมานดูอยู่ใช่ไหม และที่สำคัญ ชางมินร้องไห้หนักมาก ไม่รู้เพราะอะไร มันทำให้เค้าคิดถึงข่าวลือนี่ขึ้นมา.....หรือว่ามันจะเป็นเรื่องจริง...หรือว่าพวกนาย แบกรับความกดดันมากขนาดนี้ไว้ตั้งแต่ก่อนอัลบัมสี่จนถึงวันที่ 15 นั่น พวกนาย....อดทน และทนเก็บมันมานานขนาดนั้นเลยเหรอ....

แจจุงบอกว่า คาสสิโอเปียหายไปเยอะใช่ไหม เสียใจที่บอกว่ารักบิ๊กอีส เสียใจที่หายไปนานใช่หรือเปล่า พวกนายกำลังกลัวใช่ไหมนั่นสินะ เค้าเองก็กลัว...กำลังคิดว่า ถ้าไม่มีดงบังชิงกิ มันจะเป็นยังไงบ้าง เค้าและคนอื่นๆจะเสียใจมากแค่ไหน จะร้องไห้ไหมถ้าถึงวันนั้น แค่คิดมันก็ เจ็บปวดแล้ว แจจุง รู้ไหมว่า ดงบังชิงกิเป็นมากกว่านักร้อง สำหรับเค้า พวกนายเหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว ถ้าไม่มีพวกนาย เค้าก็....ไม่รู้สินะ แต่คนที่เสียใจและเสียน้ำตามากที่สุดก็คือพวกนาย 5 คนนั่นแหล่ะ

เค้ารู้นะว่ามันเป็นเรื่องของธุรกิจ นักร้องรุ่นใหม่จะต้องไล่ตามพวกนายมาเรื่อยๆจนในที่สุด อาจจะมีสักวง ที่โด่งดังขึ้นถึงจุดสูงสุดอย่างที่พวกนายเป็นอยู่ ดงบังชิงกิจะกลายเป็นตำนานเหมือน H.O.T ใช่ เค้ารู้ มันต้องมีวันนั้นสักวันแน่ๆ แต่ถึงอย่างนั้น เค้าก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นเลย ถ้าเป็นไปได้ อยากจะให้ดงบังชิงกิเป็นแบบนี้ตลอดไป เป็นวงบอยแบนด์ที่ดังที่สุด ดีที่สุด ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดไป

เค้าไม่รู้ว่าพวกนายเหนื่อยมากแค่ไหนกับเส้นทางการเป็นนักร้องตั้งแต่เดบิวจนถึงปัจจุบัน แต่เค้าว่า หลังจากนี้พวกนายจะต้องเหนื่อยและกดดันเพิ่มขึ้นแน่ๆ เพราะชื่อเสียงของพวกนาย ความดังถึงจุดสูงสุด ยิ่งสูงก็ยิ่งหนาวนะแจจุง เค้าภาวนา ขอให้ดงบังชิงกิอยู่แบบนี้ไปให้นานที่สุด อย่าเพิ่ง จากไปไหนเลยนะ อยู่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เค้าจะเก็บเสียงเพลง ภาพ และความทรงจำ ความรู้สึกดีๆที่มีกับดงบังชิงกิตลอดไป เชื่อสิ เค้าจะไม่มีวันลืมหรอก พวกนาย ดงบังชิงกิ และนาย คิมแจจุง พวกนายคือที่สุดในใจของเค้า.......