{FIC}Cassiopeia พาร์ท 1
posted on 25 May 2008 14:18 by hiromiheroCassiopeiaIntro
ในสังคมที่กว้างใหญ่ผู้คนต้องอยู่ภายใต้ความกดดันและการแข่งขัน ถึงแม้วันๆหนึ่งจะได้พบผู้คนมากมายรอบๆข้างแต่ว่าฉันกลับรู้สึกเหมือนไม่มีใครเลย สำหรับคนบางคนการใช้ชีวิตโดยปราศจากคนเคียงข้างมันอาจจะเลวร้ายแต่สำหรับฉัน มันเป็นอะไรที่ชินชาซะแล้ว ฉันใช้ชีวิตเพียงลำพัง ทำกิจวัตรประจำวันที่ซ้ำซาก ตื่นเช้าไปโรงเรียน ตอนเย็นกลับบ้าน ใช้เวลาหมดไปกับการทำการบ้านและอยู่กับทีวี ถึงแม้มันจะเหงาแต่ว่าความเหงานี่แหล่ะที่กลายมาเป็นเพื่อนคู่ใจของฉันในตอนนี้ และแล้วความเงียบเหงาและอ้างว้างของฉันก็เริ่มหายไป เมื่อฉันได้พบกับพวกเขา กลุ่มชายหนุ่ม 5 คนที่เรียกตัวเองว่า “ดงบังชิงกิ เทพเจ้าแห่งโลกตะวันออก”
………………………………………
สถานี KBS
ห้องแต่งตัว
“อีก 5 นาทีจะเริ่มถ่ายแล้วนะครับ”
“เฮ่ พี่ๆฮะ ผมดูเป็นไงบ้าง” ชิมชางมิน หนึ่งในสมาชิกวงดงบังชิงกิที่อายุน้อยที่สุดถามขึ้น เขายืนอยู่หน้ากระจกกำลังแต่งผมให้เข้าที่เข้าทาง
“หล่อแล้วชางมิน พอแล้วเดี๋ยวเกินหน้าเกินตาฉันหมด” แจจุงหันมาพูดเขาเองก็กำลังฉีดสเปรใส่ผมสีทองของเขาอยู่
“พอแล้วน่ะชางมิน แจจุง เดี๋ยวเขาจะถ่ายแล้วนะ” ยุนโฮหัวหน้าวงร้องเรียก ทุกคนเดินมารวมตัวกนที่กลางห้องแล้วผสานมือไว้ตรงกลาง
“ดงบังชิงกิ Fighting!”
…………………………….
ห้องส่ง
“สวัสดีครับ พวกเรา ดงบังชิงกิ”เสียงกรี๊ดของแฟนคลับกระหึ่มไปทั่วห้องส่ง เป็นปกติสำหรับเรื่องแฟนคลับของพวกเขาเพราะไม่ว่าทั้ง5หนุ่มจะไปที่ไหนก็จะต้องมีกลุ่มแฟนๆมาให้กำลังใจพวกเขาจนสตูดิโอแทบแตก
พิธีกร - เร็วๆนี้พวกคุณจะจัดงานมีตติ้งให้กับคาสสิโอเปียใช่ไหมครับ
ยุนโฮ - ใช่ฮะ หลังจากอัลบัมสองพวกเราก็เน้นโปรโมทที่ต่างประเทศซะส่วนใหญ่ กลับมาอัลบั้มสามนี้ก็เลยอยากจะจัดกิจกรรมอะไรสนุกๆทดแทนช่วงเวลาที่พวกเราหายไปน่ะครับ
พิธีกร - แล้วต้องทำยังไงบ้างครับถึงจะได้เป็นผู้โชคดี
แจจุง - ไม่ยากเลยครับ ในอัลบัมของพวกเราจะมีการ์ดสีทองที่แนบอยู่ด้วย การ์ดใบนั้นจะเป็นการ์ดเชิญของพวกเราครับ
ยูชอน - มีแค่ 50 ใบเท่านั้นนะครับ คนที่มีการ์ดจะได้ไปร่วมสนุกและทำกิจกรรมกับพวกเราอย่างใกล้ชิดเลยฮะ
พิธีกร - สุดท้ายนี้อยากฝากอะไรกับคาสสิโอเปียบ้าง
ชางมิน - หวังว่าทุกคนจะชอบเพลงใหม่ของพวกเราและสนุกไปกับเพลงของพวกเรานะครับ
จุนซู - ช่วยสนับสนุนเราด้วยนะครับแล้วก็ขอให้โชคดีเจอการ์ดสีทองนะครับ เราจะได้มาสนุกกัน
…………………………………………
.ห้องแต่งตัว
“วันนี้ไม่มีงานต่อแล้วนี่นา ดีละจะได้กลับไปทำความสะอาดบ้านหน่อย”
“นี่ ยังจะทำความสะอาดอีกเหรอแจจุงไม่เหนื่อยหรือไง มีเวลาแทนที่จะพัก” ยุนโฮเดินมาบีบไหล่แจจุง สายตาของชายน่าสวยมองผ่านกระจกมาที่เขา
“ไม่หรอกน่ะ”
………………………………………
วันวางแผงอัลบัมสามของดงบังชิงกิ ที่ร้านขายซีดีย่านที่รวมตัวของวัยรุ่นแต่ละร้านเต็มไปด้วยวัยรุ่นมากมายที่พร้อมใจกันมาซื้ออัลบัมใหม่ของ เทพเจ้าทั้งห้าคน ส่วนหนึ่งหวังที่จะได้การ์ดสีทอง เพื่อจะได้ไปร่วมกิจกรรมกับไอดอลที่พวกเขาชื่นชอบ
“ฉันต้องได้แน่เลย”
“ฝันไปเถอะย่ะ มันอยู่ในแผ่นนี้ต่างหากล่ะ”มือเรียวสวยเอื้อมแหวกผู้คนเข้ามาหยิบแผ่นซีดีไปแผ่นหนึ่ง เธอกำลังจะหันกลับไปที่เคาร์เตอร์เพื่อจ่ายตังค์แต่แล้ว
“เดี๋ยว แผ่นนั้นของฉันนะ”
“แต่ฉันหยิบมาก่อนนะ”
“ก็ฉันเล็งไว้นานแล้วนี่นา เธอไปเอาแผ่นอื่นสิ”ใบหน้าขาวสะอาดเริ่มมีสีแดงปนเล็กน้อยเมื่อเจอกับคนไร้มารยาทแบบนี้
“เอาไปสิ ฉันขี้เกียจเถียงกับเธอ”
“ขอบคุณนะ รู้มะ การ์ดทองมันอยู่ในแผ่นนี้แหล่ะ”ริมฝีปากบางเม้มแน่นเมื่อคนตรงหน้าทำสีหน้าระรื่นแล้วจูบลงที่แผ่นซีดีก่อนจะเดินปัดตูดไปจ่ายตังค์ มือเรียวสวยหยิบซีดีขึ้นมาอีกแผ่น ขึ้นมา
ฉันไม่ได้หวังการ์ดทองนั่นหรอก แค่อยากจะฟังเพลงของพวกเขาก็เท่านั้น สำหรับฉันแค่ได้เห็นพวกเขาโลดแล่นอยู่ในทีวีก็ดีใจมากแล้ว
……………………………….
“เฮ่ ชางมิน ทำอะไรอยู่เหรอ”
“พี่ยุนโฮ ผมกำลังอ่านจดหมายของแฟนเพลงอยู่ฮะ”
“ว่างเป็นไม่ได้เลยนะนาย ไหน เอามาอ่านมั่ง” ยุนโฮเลือกจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมาจากกองจดหมายแล้วอ่านมัน เขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อได้อ่านข้อความที่แสนประทับใจจากแฟนคลับของเขา
“ดีจังเลยนะ พวกเราโชคดีมากเลยที่มีคาสสิโอเปียดีๆแบบนี้”
“ใช่ฮะ ถ้าไม่มีพวกเขาเราคงไม่มีความสุขขนาดนี้นะ”
“อื้ม เพราะแบบนี้ไงฉันถึงอยากจะทำกิจกรรมร่วมกับพวกเขาบ้าง เป็นการตอบแทนความรู้สึกดีๆที่พวกเขาให้เรามา” แววตาซาบซึ้งฉายออกมาจากดวงตาเรียวเล็กของหัวหน้าวง
“จุนซู นายว่าจะมีเด็กน่ารักน่ารักมาด้วยไหมวะ” ยูชอนถามขึ้น
“น่ารักของนายน่ะมันขนาดไหนกันล่ะ ยูชอน กะจะหลีแฟนคลับล่ะสิท่า” จุนซูพูดใส่แจจุงที่ถือจานขนมออกจากครัวหัวเราะเสียงดัง
“มันก็พูดไปงั้นแหล่ะ พอเจอถูกใจเข้าจริงก็เห็นเงียบทุกที”
“แหม ก็ใครจะไปกล้าเหมือนนายล่ะแจจุง” เสียงหัวเราะของยุนโฮดังสนั่นทำเอาแจจุงหน้าบูดไปทันที ยุนโฮจึงรีบหยุดแล้วหยิบขนมมากินอย่างเงียบๆ
……………………………………
บ้านหลังเล็กของสาวผู้โชคดีหญิงสาวร่างสูง ผิวขาวราวหิมะ วิ่งขึ้นห้องอย่างรวดเร็วเธอนั่งลงที่เตียงแล้วหยิบแผ่นซีดีที่เพิ่งซื้อมาออกจากกระเป๋า หญิงสาวมองดูรูปของเทพเจ้าทั้งห้าแล้วยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“นับวันพวกพี่จะหล่อขึ้นทุกวันเลยนะคะ”
มือเล็กค่อยๆแกะห่อพลาสติกอย่างทะนุถนอม เหมือนมันเป็นของมีค่าชิ้นหนึ่งที่ต้องรักษาอย่างดี ดวงตากลมโตมีประกายหยดน้ำตาเมื่อเธอเห็นสิ่งของที่ติดมากับแผ่นซีดีนั้น มันเป็นการ์ดทอง การ์ดทองที่พวกสาวๆหวังที่จะได้ ตอนนี้มันอยู่กับเธอแล้ว นั่นแสดงว่าเธอคือผู้โชคดีที่จะได้ไปเจอ ดงบังชิงกิ ศิลปินที่เธอรักที่สุด
………………………………………
และแล้ววันที่สาวๆผู้โชคดีตั้งตารอคอยก็มาถึง ที่ด้านล่างของตึก SM เต็มไปด้วยคาสสิโอเปียที่มารอพบศิลปินที่พวกเขาชื่นชอบ สาวผู้โชคดีที่มีบัตรถูกเชิญให้เข้าไปที่ห้องรับรองขนาดใหญ่ของบริษัท บนเวทีมีรูปของดงบังชิงกิขนาดใหญ่ติดอยู่ ผู้โชคดีแต่ละคนมีสีหน้าตื่นเต้นบางคนถึงกับน้ำตาคลอเลยทีเดียว แล้ววินาทีแห่งการรอคอยก็มาถึงเมื่อหาหนุ่มเดินเข้ามาแล้วขึ้นไปยืนบนเวทีพวกเขากล่าวทักทายแล้วแสดงความยินดีกับผู้โชคดีทั้งหมด แล้วรถตู้ของ SM ก็มารับทั้งหมดเพื่อไปสถานีรถไฟ และเริ่มทริปที่น่าตื่นเต้นครั้งนี้
……………………………………..
รถไฟบรรดาสาวๆต่างหาที่นั่งกันให้วุ่น ต่างคนต่างก็แย่งที่จะนั่งด้านหน้าเพื่อที่จะได้เห็นหน้าของดงบังชิงกิอย่างชัดเจน หญิงสาวร่างบางที่ดูไม่สุงสิงกับใครเดินแยกออกมาจากกลุ่มหญิงสาวที่กำลังแย่งที่นั่งด้านหน้ากันอยู่ เธอหยุดที่เก้าอี้ตัวหลังสุดแล้วนั่งแหมะลงข้างๆหน้าต่าง สำหรับเธอแล้วนั่งตรงไหนก็เหมือนกันทั้งนั้น ในเมื่อเทพเจ้าทั้งห้า อยู่ในใจของเธอแล้วนี่นาไม่กี่นาทีผ่านไป หนุ่มๆทั้งห้าคนค่อยๆเดินออกมาจากหลังประตูแล้วทักทายต่อแฟนคลับของพวกเขา รอยยิ้มที่สดใส และแววตาเป็นประกายมันทำให้ทุกคนประทับใจพวกเขามากจริงๆ หนุ่มทั้งห้าคนพาคาสสิโอเปียที่โชคดีเล่นเกมส์และแจกของขวัญให้กับพวกเธอ ก่อนจบกิจกรรมพวกเขาร้องเพลง I’ll be there ให้กับแฟนคลับของเขาด้วย หัวหน้าวงชองยุนโฮพูดขึ้นว่า“เพลงนี้ เพื่อทุกๆคนนะครับ” แล้วเสียงเพลงที่แสนไพเราะก็ดังขึ้นผู้หญิงบางคนซาบซึ้งถึงกับต้องร้องไห้ออกมา
………………………………….
ห้องพักส่วนตัวบนรถไฟ
“สนุกดีนะ นานๆได้เล่นสนุกแบบนี้สักที” ชางมินพูดแล้วนั่งแหมะลงข้างหน้าต่าง ยูชอนนั่งลงข้างๆแล้วหยิบไอพอตมาเสียบหู “พี่ยุนโฮ เห็นเด็กผู้หญิงที่นั่งคนเดียวด้านหลังมะ”
“เห็นทำไมเหรอ”
“ก็ดูเหมือนเค้าไม่ค่อยสนุกเลยว่าไหมนั่งเงียบๆแถมยังนั่งคนเดียวด้วย”
“เค้าคงไม่รู้จักใครล่ะมั้ง เดี๋ยวคงจะคุ้นกันเองแหล่ะ” ยุนโฮบอกแล้วนั่งพิงเบาะเก้าอี้ แจจุงแอบหันไปมองแฟนคลับของเขาผ่านกระจกประตูรถไฟ พวกเธอหลับกันเกือบหมดแล้ว สายตาสดใสมองผ่านไปด้านหลัง เด็กสาวที่จุนซูพูดถึงกำลังนั่งกดโทรศัพท์อย่างเงียบๆ
“เฮ่ มองอะไรเหรอ”
“อ่อ เปล่า ทุกคนหลับหมดแล้ว งั้นเราก็นอนกันสักที” แจจุงพูดแล้วค่อยๆหลับตาลงช้าๆ ยุนโฮลุกขึ้นคว้าผ้าห่มข้างๆมาห่มให้แจจุงแล้วนั่งลงข้างๆจุนซูอย่างเดิม 20 นาทีผ่านไป คิมแจจุงค่อยๆลืมตาขึ้น เขานอนไม่ค่อยหลับเพราะเสียงรถไฟค่อนข้างดังชายหนุ่มลุกขึ้น ผ่านกลุ่มเพื่อนๆไปที่ประตูแล้วเดินไปดูแฟนๆที่หลับอยู่ เขาจัดแจงห่มผ้าให้แฟนคลับของเขาอย่างใส่ใจจนมาถึงแถวสุดท้าย
“ยังๆไม่นอนเหรอครับ” เสียงแจจุงทำเอาหญิงสาวที่นั่งกดโทรศัพท์อยู่สะดุ้งเฮือก เมื่อเธอเห็นว่าคิมแจจุงยืนอยู่ตรงหน้า ดวงตากลมโตก็เริ่มคลอไปด้วยน้ำตา
“ฉันนั่งตรงนี้ได้ไหม”
“ค่ะ”
“เธอชื่ออะไรเหรอ”
“จองมินา”
“อ๋อ มินา ไม่สนุกเหรอ”
“คะ สนุกสิ สนุกมาก”
“แต่ฉันเห็นเธอเอาแต่เล่นโทรศัพท์” แจจุงมองดูที่โทรศัพท์เธอหญิงสาวยิ้มอ่อนๆก่อนจะเก็บมันลงกระเป๋า
“ขอโทษค่ะ แต่จริงๆแล้วฉันสนุกมากๆเลยนะ เอ่อ พี่แจจุง ยังไม่นอนเหรอคะ” มินาพูดยาวๆเป็นครั้งแรกและรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกที่คอ แทบไม่มีเสียงออกมา คนตรงหน้าเธอคือคิมแจจุง วงดงบังชิงกิ มินาแทบจะไม่เชื่อเลยว่าจู่ๆเขาจะมานั่งคุยกับเธอใกล้ๆแบบนี้
“ฉันนอนไม่ค่อยหลับ เลยเดินออกมาดูความเรียบร้อยหน่อย”
“อ๋อ” มินาตอบเบาๆแล้วจ้องหน้าเขาตาไม่กระพริบ แจจุงยิ้มออกมาแล้วพิงลงที่เก้าอี้ เขาถอนหายใจออกมาอย่างไม่มีสาเหตุ มินาเองก็ไม่รู้จะพูดอะไร เธอจึงพิงที่เก้าอี้แล้วเงียบไปเช่นกัน ไม่นานเท่าไหร่หญิงสาวหันกลับมามองแจจุงอีกครั้ง เขาหลับไปแล้ว ดูเหมือนจะหลับสนิทซะด้วย หญิงสาวยิ้มอ่อนๆแล้วดึงผ้าห่มมาห่มให้เขา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดอีกครั้ง
นี่ฉันฝันไปใช่ไหม คิมแจจุงอยู่ข้างๆฉัน เขาอยู่ข้างๆจริงๆ ใบหน้าเขาขาวใส แถมยังสวยซะด้วย ขนาดมองดูใกล้ๆยังแทบไม่เห็นริ้วรอยอะไรเลย ใจฉันแทบจะกระโดดออกมาแล้วในตอนนี้
………………………………………….
โรงแรม เกาะเชวจูทีมงานสี่ห้าคนกำลังบอกเลขห้องพักให้กับทุกคนและให้ทุกคนจับคู่กันพักห้องละสองคน ขณะนั้น ดงบังชิงกิทั้งห้าคนก็ยืนดูความเรียบร้อยของแฟนคลับอย่างใกล้ชิด
“แล้วอีก 1ชั่วโมงเจอกันนะครับ” ยุนโฮร้องบอกสาวๆที่กำลังจะเดินขึ้นลิฟต์ไป มินายืนเก้ๆกังๆกำลังมองหาใครสักคนที่ยังไม่มีคู่หญิงสาวอีกคนเดินมาหาเธอ
“นอนด้วยกันนะ ฉันชื่อ รยอวอน ปาร์ค รยอวอน”
“สวัสดี”
…………………………………………..
ห้องหนุ่มๆ
“เย้ ถึงสักที ฮ้า บรรยากาศดีชะมัดเลย” เซียจุนซูร่าเริงเต็มที่แถมยังกางแขนซะกว้างจนยูชอนต้องจับลง
“ดูมั่งดิ” ยูชอนส่องออกไปดูวิวด้านนอก รู้สึกสบายตาอย่างบอกไม่ถูกเลย
“ไม่เหมือนมาทำงานเลยเนอะ เหมือนมาเที่ยวมากกว่า” จุนซูพูด
“เฮ่ พวกนาย มาอ่านกิจกรรมที่เราจะทำวันนี้เร็วๆสิ เดี๋ยวต้องลงไปข้างล่างแล้วนะ” เสียงหัวหน้าวงตะโกนเรียกมาจากห้องข้างๆ ยูชอนกับจุนซูหันมายิ้มแห้งๆให้กัน
“นั่นไง พี่เขาเรียกไปทำงานละ” ยูชอนบอกแล้วดึงแขนจุนซูไปอีกห้องหนึ่งพวกเขาทั้งหมดต้องเตรียมตัวอย่างดีในการที่จะทำให้กิจกรรมครั้งนี้น่าประทับใจ ถึงแม้จะเป็นการเที่ยวพักผ่อนของคาสสิโอเปียแต่พวกเขาก็ต้องทำงานอยู่ดี …………………………………………………………..
ห้องสองสาว
“เธอไม่มีเพื่อนเลยเหรอ เห็นเงียบๆตั้งแต่อยู่บนรถไฟแล้ว”
“อื้ม ก็ไม่รู้จักใครเลย แล้วเธอล่ะ”
“เหมือนกัน” รยอวอนยิ้มอ่อนๆแล้วจัดเสื้อผ้าเข้าตู้
“ป่านนี้พวกพี่ๆเขาทำอะไรกันอยู่นะ” หญิงสาวพูดขึ้น มินามองรยอวอนแล้วเดินไปส่องดูวิวที่หน้าต่าง“พวกพี่เขาคงไม่ได้พักเหมือนเราหรอกมั้ง ตอนนี้คงกำลังเตรียมตัวกับกิจกรรมอยู่แน่ๆเลย”
“นั่นสินะ ดูเหมือนว่าพวกพี่เขาจะทำงานหนักกันเกินไปแล้ว” รยอวอนพูดเสียงเบา มินาเองก็เงียบไปเมื่อนึกถึงความเหน็ดเหนื่อยของดงบังชิงกิ ทุกครั้งที่พวกเขาไม่สบายพวกเขากลับไม่ห่วงสุขภาพตัวเองแต่กลับมาปรากฏตัวต่อหน้าคาสสิโอเปียแล้วทำอย่างกับว่าพวกเขาไม่เป็นอะไร ทั้งๆที่ความจริงเขาอาจจะเจ็บปวดอยู่มากก็เป็นได้
“รู้ไหม ฉันไม่เคยเห็นวงบอยแบนด์วงไหนเหมือนพวกเขามาก่อนเลย พวกเขาดูเหมือนครอบครัว เพื่อน พี่น้อง เป็นทุกอย่างให้กันและกัน จนฉันคิดว่าถ้าวันหนึ่งพวกเขาต้องแยกกันไปมันคงน่าเศร้ามาก”
“ไม่มีทางหรอก ดงบังชิงกิต้องอยู่กัน 5 คนสิ และฉันจะไม่มีวันเลิกรักพวกเขาได้” มินาตอบ รยอวอนยิ้มอ่อนๆ “ฉันว่าคาสสิโอเปียทุกคนก็คงคิดเหมือนกับเรานะ”
……………………………………..
ห้องแกรนบอลลูมขนาดใหญ่ ถูกตกแต่งด้วยบอลลูนสีแดงมากมายบรรยากาศดูเป็นกันเองและอบอุ่น เสียงเพลงของดงบังชิงกิเปิดดังกระหึ่มดูครึกครื้นซะจริงๆ คาสสิโปเปียทยอยกันเข้ามานั่งแล้ว ทุกคนได้รับลูกโป่งสีแดงจากหน้างานคนละลูกต่างคนต่างก็ตื่นเต้นกับกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่นานนักดงบังชิงกิก็ออกมาหน้าเวทีกับชุดสัตว์แล้วเต้นเพลงบอลลูนได้อย่างน่ารักรอยยิ้มของพวกเขาสะกดใจทุกคนในห้องได้ดีทีเดียว จบเพลงบอลลูนก็ได้เล่นเกมส์กันเล็กน้อย และช่วงเวลาที่หาผู้โชคดีของค่ำคืนนี้ก็มาถึง
“เอาล่ะครับทุกคนคงจะได้รับลูกโป่งสีแดงกันทุกคนใช่ไหมฮะ” ยุนโฮพูดขึ้น
“เราจะให้ทุกคนทำลูกโป่งให้แตกแล้วด้านในจะมีกระดาษแผ่นเล็กๆซึ่งจะบอกว่าคุณคือผู้โชคดีหรือเปล่า กระดาษของใครมีตัวอักษร O คุณจะได้ขึ้นมาบนเวทีแล้วก็รับของขวัญจากพวกเราครับ” สิ้นเสียงยุนโฮ เสียงลูกโป่งแตกก็ดังกระหึ่มไปทั่วตามมาด้วยเสียงกรี๊ดของคนโชคดี
“ขึ้นมาเลยครับ” พิธีกรพูด
“มินา เธอได้เหรอ โชคดีจังเลย ขึ้นไปสิเร็วเข้า” รยอวอนดันหลังเพื่อนให้เดินไปที่เวที ผู้หญิงโชคดี 5 คนขึ้นไปยืนข้างๆดงบังชิงกิด้วยความตื่นเต้น
“เธอก็ได้ด้วยเหรอ” แจจุงแอบกระซิบเบาๆ มินาพยักหน้าแล้วไม่กล้าพูดกับเขา ทุกคนที่ขึ้นไปได้รับรางวัลจากดงบังชิงกิและได้รับอ้อมกอดที่อบอุ่นจากพวกเขาด้วย มินาที่ยืนอยู่ข้างๆแจจุงถูกเขารวบเอวบางเข้ามากอดหญิงสาวถึงกับน้ำตาไหลออกมาเมื่อได้อยู่ในอ้อมกอดที่อบอุ่นของแจจุง
ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้รับอ้อมกอดจากพี่แจจุง มันอบอุ่นจนบอกไม่ถูก ถึงแม้เขาจะกอดตามหน้าที่ของเขาก็เถอะ แต่คิดว่าทุกคนที่อยู่บนเวทีวันนี้คงจะรู้สึกซาบซึ้งในความอ่อนโยนของพวกเขาเหมือนๆกับฉันแน่ๆ
……………………………………………..
edit @ 25 May 2008 14:22:33 by *~hiromi_hero~*
edit @ 25 May 2008 14:27:33 by *~hiromi_hero~*
edit @ 28 May 2008 19:36:42 by *~hiromi_hero~*

อ่านเเล้วอยากได้เร็วๆ ค่ะ
ซึ้งซะ
#1 By J_Yoon (202.91.19.192) on 2008-08-29 23:52